ทุกวันนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเร็วมากค่ะ ฝนที่เคยตกแค่พรำๆ กลายเป็นฝนหนักในไม่กี่ชั่วโมง ถนนที่เคยขับผ่านได้ปกติ กลายเป็นน้ำท่วมแบบไม่ทันตั้งตัว หลายคนย้ายรถไม่ทัน บางคนจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำเพื่อกลับบ้านหรือไปทำงาน สุดท้ายรถดับกลางน้ำ สตาร์ตไม่ติด เครื่องยนต์พัง หรือระบบไฟฟ้าเสียหาย
พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น คำถามแรกที่เจ้าของรถแทบทุกคนคิดเหมือนกันคือ
“รถจมน้ำ ประกันจ่ายไหม?”
“ประกันรถที่เราทำไว้ คุ้มครองน้ำท่วมหรือเปล่า?”
เพราะความเสียหายจากน้ำท่วมไม่ใช่เรื่องเล็ก ค่าซ่อมบางครั้งเป็นหลักหมื่น หลักแสน หรือหนักสุดคือรถเสียหายทั้งคัน ไม่สามารถซ่อมได้ บทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เข้าใจเรื่องประกันรถยนต์ เมื่อเกิดภัยธรรมชาติแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ประเภทประกันที่คุ้มครอง เงื่อนไขที่หลายคนพลาด ไปจนถึงวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อรถถูกน้ำท่วม เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์การเคลมโดยไม่รู้ตัวค่ะ
รถจมน้ำ ประกันจ่ายไหม? คำตอบที่ต้องรู้ก่อนสายเกินไป
คำตอบสั้นๆ คือ ประกันบางประเภทจ่าย แต่ประกันบางประเภทไม่จ่าย ขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ที่เพื่อนๆ เลือกทำไว้ แต่จะมีประกันรถยนต์แบบไหนที่จ่ายบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ
ประกันชั้น 1 คุ้มครองน้ำท่วมแน่นอน
ถ้าพูดถึงประกันรถยนต์ที่คุ้มครองครอบคลุมที่สุด สร้างความอุ่นใจที่สุด เหมาะกับรถใหม่และมือใหม่มากที่สุด ก็ต้องเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 นี่แหละค่ะ เพราะมีความคุ้มครองจากภัยธรรมชาติแทบทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม น้ำขัง ฝนตกจนรถดับ พายุ ลมแรง
แถมในกรณีที่รถจอดไว้แล้วจมน้ำท่วม ซ่อมไม่คุ้ม จนเข้าข่ายเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) ก็ยังคืนทุนประกันตามมูลค่าของรถยนต์ เอาไว้เป็นทุนต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประกันชั้น 1 จะครอบคลุมความเสียหายจากภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วม แต่ก็มีเงื่อนไขเคลมประกันรถยนต์ กรณีภัยธรรมชาติที่ต้องพิจารณานะคะ เพราะหากเพื่อนๆ จงใจขับลุยน้ำ หรือจงใจจอดรถในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ก็อาจจะถูกปฏิเสธความรับผิดชอบได้เช่นกันค่ะ
ประกันชั้น 2+ และ 3+ ต้องเช็กเงื่อนไขประกันก่อน
หลายคนเข้าใจว่า ประกัน 2+ และ 3+ คุ้มครองน้ำท่วมเหมือนกันทั้งหมด แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นค่ะ เพราะว่าการคุ้มครองภัยธรรมชาติของประกันกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับแผนที่ซื้อ บางแผนมีความคุ้มครองน้ำท่วม บางแผนไม่มี หรือมีแต่จำกัดวงเงิน ดังนั้นก่อนที่จะซื้อประกันรถยนต์ ให้ถามกับบริษัทประกันหรือโบรกเกอร์แบบชัดๆ ไปเลยว่า ประกันรถยนต์คุ้มครองกรณีน้ำท่วมไหม? จะได้ไม่พลาดความคุ้มครอง
ประกันชั้น 2 และชั้น 3 ทั่วไป ไม่คุ้มครองน้ำท่วมแน่นอน
หากเพื่อนๆ ทำประกันชั้น 2 หรือชั้น 3 แบบทั่วไป ไม่มีเครื่องหมาย + ต่อท้าย ไม่คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติอย่างแน่นอนค่ะ เพราะจะคุ้มครองกับกรณีรถชนรถ โดยจะรับผิดชอบรถคู่กรณีเท่านั้น ดังนั้น หากว่ารถจมน้ำ หรือรถเสียเพราะภัยธรรมชาติต่างๆ ไม่สามารถเคลมได้ ต้องออกค่าซ่อมเองค่ะ
ตารางสรุป ประกันรถยนต์แบบไหนที่คุ้มครองกรณีน้ำท่วมและภัยธรรมชาติ