หัวข้อในบทความนี้ (3)
ช่วงหน้าฝน เพื่อนๆ หลายคนอาจเคยเปิดไฟฉุกเฉินขณะขับรถฝ่าฝนตกหนัก เพราะกังวลว่ารถคันอื่นจะมองไม่เห็นรถของเรา แต่จริงๆ แล้วการเปิดไฟฉุกเฉินตอนฝนตกเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะอาจทำให้ผู้ร่วมใช้ถนนเข้าใจผิด และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้
ทำไมไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉินตอนฝนตก?
ไฟฉุกเฉิน คือ สัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายและขวาที่กะพริบพร้อมกัน มีไว้ใช้ในกรณีที่รถเกิดเหตุผิดปกติ เช่น
- รถเสียและจำเป็นต้องจอดอยู่กับที่
- รถจอดบนไหล่ทางหรือจุดที่อาจเป็นอันตราย
- ต้องการแจ้งเตือนรถคันอื่นให้ระมัดระวังหรือเบี่ยงหลบ
การเปิดไฟฉุกเฉินขณะขับรถตอนฝนตก อาจดูเหมือนช่วยให้รถมองเห็นชัดขึ้น แต่ความจริงแล้วอาจสร้างความสับสนให้ผู้ร่วมทาง เพราะเมื่อเปิดไฟฉุกเฉินแล้ว เพื่อนๆ จะไม่สามารถใช้ไฟเลี้ยวเพื่อบอกทิศทางการเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวรถได้ตามปกติ และแสงไฟที่กะพริบสะท้อนกับเม็ดฝน อาจรบกวนสายตาผู้ขับขี่ที่ตามมาด้านหลัง ทำให้มองทางไม่ชัด เกิดอาการตาพร่า และเสี่ยงต่อการตัดสินใจผิดพลาดบนท้องถนนได้ค่ะ
แล้วฝนตกหนัก ควรทำอย่างไร?
หากเพื่อนๆ ต้องขับรถขณะฝนตก ควรใช้วิธีที่ปลอดภัยกว่า ดังนี้
- ตั้งสติและจดจ่อกับถนนข้างหน้า
- เปิดไฟหน้ารถ เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นได้ชัดขึ้น
- เปิดที่ปัดน้ำฝนให้เหมาะกับปริมาณฝน
- ลดความเร็วลง
- เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ
- หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนเลนกะทันหัน
- ไม่ขับชิดคันหน้าหรือเบรกแรงโดยไม่จำเป็น
หากรถเกิดอาการลื่นไถลหรือเหินน้ำ อย่าเพิ่งเหยียบเบรกทันที เพราะอาจทำให้รถเสียการควบคุม ควรค่อยๆ ถอนคันเร่ง จับพวงมาลัยให้มั่นคง และลดความเร็วอย่างระมัดระวัง เมื่อรถทรงตัวได้ดีแล้วจึงค่อยเหยียบเบรก
ขับขี่ปลอดภัยในหน้าฝน
หน้าฝนเป็นช่วงที่ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องทัศนวิสัย ถนนลื่น และระยะเบรกที่อาจยาวขึ้นกว่าปกติ การใช้ไฟให้ถูกประเภทและขับขี่อย่างมีสติ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้
เงินเทอร์โบขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยตลอดหน้าฝน ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง มีน้ำใจ และคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมทางเสมอ




