หลายคนที่เคยหมุนเงินไม่ทัน จ่ายค่างวดช้า หรือกำลังมีค้างชำระ มักจะมีความกังวลและได้ยินคำขู่บ่อยๆ ว่า "ระวังติดเครดิตบูโรนะ" หรือ "เดี๋ยวโดนแบล็กลิสต์จะกู้ที่ไหนไม่ได้อีกเลย" จนทำให้รู้สึกมืดแปดด้านและกลัวการขอสินเชื่อในระบบไปเลย
บทความนี้จะพาเพื่อนๆ มาทำความเข้าใจกันแบบง่ายๆ ว่าที่จริงแล้ว "เครดิตบูโร" กับ "แบล็กลิสต์"คืออะไร น่ากลัวอย่างที่คิดไหม? แล้วถ้าประวัติทางการเงินสะดุดไปแล้ว จะยังมีทางออกในการขอสินเชื่ออยู่หรือเปล่า
หลายคนมักสับสนและคิดว่า 2 คำนี้คือเรื่องเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วมีความหมายและบทบาทที่ต่างกันสิ้นเชิง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ขออธิบายแยกให้ฟังแบบนี้ค่ะ
เพื่อนๆ น่าจะเคยได้ยินคำว่า "เครดิตบูโร" หรือ "ติดบูโร" กันมาบ้าง จริงๆ แล้วเครดิตบูโรคือหน่วยงานที่มีตัวตนอยู่จริงค่ะ ชื่อเต็มคือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) ทำหน้าที่รวบรวมและจัดเก็บประวัติการกู้เงินและการชำระหนี้ของเรา
ดังนั้น สถานะเครดิตบูโรจึงเหมือน “สมุดพกประวัติการเงิน” ที่คอยจดบันทึกว่าเรากู้เงินที่ไหนบ้าง จ่ายตรงเวลาไหม หรือจ่ายช้าไปกี่วัน โดยเก็บประวัติทั้งกู้บ้าน จำนำเล่มรถยนต์ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด
แต่เครดิตบูโรไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอนุมัติหรือปฏิเสธสินเชื่อของเรา เขาเป็นแค่คนกลางที่คอยส่งสมุดพกเล่มนี้ให้ธนาคารหรือไฟแนนซ์ดู เพื่อประกอบการพิจารณาปล่อยกู้เท่านั้นค่ะ
ที่จริงแล้วคำว่า แบล็กลิสต์ (Blacklist) ไม่มีอยู่จริงในระบบเครดิตบูโร เป็นแค่ภาษาพูดที่คนทั่วไปใช้เรียกเวลาที่เรามีประวัติค้างชำระติดต่อกันนานเกิน 90 วัน จนสถานะในเครดิตบูโรโชว์รหัสว่ามีการค้างชำระรุนแรง ทำให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินส่วนใหญ่ไม่อยากปล่อยกู้เพิ่ม เพราะมองว่ามีความเสี่ยงที่จะจ่ายไม่ไหวนั่นเองค่ะ
โดยปกติแล้วระบบเครดิตบูโรจะแสดงข้อมูลย้อนหลัง 36 เดือน หรือประมาณ 3 ปีเท่านั้นค่ะ ดังนั้น หากเพื่อนๆ เคยมีประวัติค้างชำระ แต่เราหาเงินมาปิดยอดและเคลียร์หนี้จนจบ ประวัติการชำระที่ดีในปัจจุบันจะค่อยๆ เข้ามาแทนที่ประวัติเดิม เมื่อเวลาผ่านไปครบ 3 ปี ประวัติเก่าที่เคยสะดุดก็จะถูกดันออกไป ทำให้สมุดพกการเงินของเรากลับมาเป็นสถานะปกติได้อีกครั้งค่ะ
ระวัง! ใครที่ต้องการหาเงินด่วนแล้วเจอโฆษณาตามอินเทอร์เน็ตว่า "รับจ้างล้างแบล็กลิสต์ จ่าย 5,000 บาทประวัติหายเกลี้ยง" อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด เพราะไม่มีใครเข้าไปลบข้อมูลในระบบเครดิตบูโรได้ค่ะ วิธีแก้ที่ปลอดภัยและยั่งยืนที่สุดคือการเจรจาประนอมหนี้ หยุดสร้างหนี้ แล้วจ่ายหนี้เก่าเพื่อสร้างประวัติใหม่แทนประวัติเดิม
การมีประวัติทางการเงินที่สะดุดไปบ้าง ไม่ได้แปลว่าหนทางในการขอสินเชื่อจะปิดตายไปตลอดกาลนะคะ ทุกอย่างสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ด้วยวินัยทางการเงินของเราเองค่ะ ลองเริ่มปรับจากสิ่งเหล่านี้ดูนะคะ
สิ่งเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เรากลับมามีความมั่นคงทางได้อีกครั้ง ขอให้ค่อยๆ ปรับตัวและตั้งใจทำประวัติใหม่ แล้วความเชื่อมั่นในเรื่องการเงินจะค่อยๆ กลับมาแน่นอนค่ะ เงินเทอร์โบขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นใจ พวกเราพร้อมอยู่เคียงข้างเสมอค่ะ