เงินเทอร์โบ ปักหมุดเข้า ตลท. กลางปี 65 ขยายบริการครอบคลุมทั้งประเทศ

นายสุธัช เรืองสุทธิภาพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด ผู้ให้บริการทางการเงินภายใต้แบรนด์ "เงินเทอร์โบ" เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ช่วงกลางปี 65 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินมาใช้ในการขยายธุรกิจ ซึ่งบริษัทมีแผนจะขยายสาขาให้ได้ 3,000 สาขา ในปี 68 เพื่อให้สามารถบริการลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากปัจจุบันที่บริษัทมีสาขาเปิดให้บริการอยู่กว่า 550 สาขา โดยที่สิ้นปีนี้จะเปิดให้บริการเพิ่มเป็น 650 สาขา รวมถึงการนำเงินไปลงทุนขยายทีมเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจในอนาคต 

นอกจากนี้ ก็จะนำเงินส่วนหนึ่งมาใช้เพื่อการปล่อยสินเชื่อ หรือเป็นเงินหมุนเวียนของธุรกิจ เพราะธุรกิจของบริษัทต้องใช้เงินทุนเป็นจำนวนมากในการให้บริการ ซึ่งขั้นตอนในปัจจุบันบริษัทเตรียมยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ หรือไฟลิ่ง (Filing) ให้กับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยมีหลักทรัพย์กสิกรไทยเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor : FA) ซึ่งเชื่อว่าขั้นตอนทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี เนื่องจากบริษัทมีการวางโครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการที่ดีมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทวันแรก

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทที่ผ่านมานั้น มีอัตราการเติบโตทั้งด้านรายได้ รวมถึงฐานลูกค้า และจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปี โดยปี 63 บริษัทมีรายได้โตขึ้น 3 เท่าจากปี 62 ส่วนปี 64 คาดว่าจะมีรายได้โตเกือบเท่าตัวจากปีก่อน ขณะที่ปี 65 น่าจะมีรายได้โตอีกเกือบเท่าตัว ซึ่งการเติบโตดังกล่าวมาจากปัจจัยสำคัญในเรื่องของการให้บริการที่มีความรวดเร็ว จริงใจ ให้เกียรติ ตรงไปตรงมา สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุด รวมถึงการเปิดให้บริการ 7 วันต่อสัปดาห์ทุกสาขา สามารถรับเงินได้ทันที โดยมองว่าเป็นสิ่งที่บริษัทมีมากกว่าผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งมีผลทำให้บริษัทมีอัตราการเติบโตของธุรกิจสูงที่สุดในอุตสาหกรรมนี้

อย่างไรก็ดี จากรูปแบบการให้บริการดังกล่าวได้กลายเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญของบริษัท เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ที่เพิ่มมากขึ้นมาจากการแนะนำกันแบบปากต่อปากของลูกค้าที่เคยใช้บริการสินเชื่อของบริษัท โดยบริษัทจะปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรให้กับพนักงาน ซึ่งจะมุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นลำดับแรก อีกทั้งยังมีความเข้าใจสภาพคล่องทางการเงินของลูกค้าที่อาจจะไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเมื่อลูกค้ามีปัญหาก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ ทำให้เกิดความผูกพันระหว่างบริษัทกับลูกค้า โดยบริษัทจะมีทีมสำรวจที่คอยสอบถามความพึงพอใจอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เฉพาะวันแรกที่ได้รับการอนุมัติเงินกู้ ซึ่งบริษัทจะได้คะแนนเกือบเต็มมาโดยตลอด

“บริษัทจะให้เกียรติลูกค้าทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยมีความเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริงในเรื่องของรายได้ที่อาจจะไม่แน่นอน ดังนั้น บริษัทจึงมีความยืดหยุ่นให้กับลูกค้าเสมอ มุ่งเน้นการเข้าไปให้ความช่วยเหลือลูกค้าในยามที่เกิดปัญหา ซึ่งบริษัทจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการยึดทรัพย์สินของลูกค้ามาขายทำกำไร"  

สำหรับผลิตภัณฑ์ของเงินเทอร์โบที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ประกอบด้วย สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เป็นหลัก และยังมีสินเชื่อโฉนดที่ดินเพื่อสนองต่อความต้องการของลูกค้า โดยในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะเปิดให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล หรือนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งบริษัทมีใบอนุญาตอยู่พร้อมเปิดให้บริการ เพียงแต่ต้องรอให้ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น เนื่องจากการให้บริการสินเชื่อดังกล่าวทำกำไรได้ค่อนข้างยาก แม้ว่าจะมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 33% แต่หนี้สูญเยอะมาก โดยบริษัทมองตนเองเป็นผู้ให้บริการทางการเงินของคนกลุ่มที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน ดังนั้น หน้าที่ของบริษัทก็คือการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าของเราให้ได้มากที่สุด 

นายสุธัช กล่าวต่อไปอีกว่า แนวโน้มของตลาดไมโครไฟแนนซ์นั้น เชื่อว่ายังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างหนักต่อไป ซึ่งจะส่งผลทำให้อัตราดอกเบี้ยมีโอกาสลดลงอยู่ต่อเนื่อง แต่ผู้ให้บริการจะมีกำไรโตมากขึ้นจากการแย่งชิงพื้นที่ส่วนแบ่งมาจากหนี้นอกระบบ กำไรต่อลูกค้าอาจจะลดลงแต่จำนวนลูกค้าที่มากขึ้นนั้นทำให้ภาพรวมแล้วยังเติบโตได้ดี เชื่อว่าอุตสาหกรรมนี้ยังเติบโตได้อีกในระยะยาว ซึ่งเงินเทอร์โบก็พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของตลาด เพื่อให้บริการกับลูกค้า

“การมีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ โดยตนถือว่าเป็นเรื่องที่ดีตราบใดที่อยู่ในกรอบของกติกา เพราะสุดท้ายแล้วการแข่งขันในตลาดจะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง และการให้บริการที่ตอบโจทย์มากขึ้น ขณะที่ทุกบริษัทก็จะแข็งแกร่งขึ้นจากการปรับตัว"

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (Covid-19) บริษัทได้ดำเนินการช่วยเหลือลูกค้าหลากหลายแนวทาง เช่น ลูกค้าที่ขาดเงินหมุนแต่กิจการยังไปต่อได้ บริษัทก็จะให้เงินเพิ่มเพื่อเติมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ หรือลูกค้าที่รายได้ลดลง แต่ยังมีความตั้งใจที่จะชำระหนี้ขอผ่อนน้อยลง บริษัทก็จะยืดหนี้ให้ เป็นต้น โดยเรียกว่าเป็นการปรับตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

บริษัทเคยปรับตัวมาครั้งหนึ่งในปีที่ผ่านมาจากการปรับลดเพดานดอกเบี้ย โดยเลี่ยงการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ส่วนในสถานการณ์ปัจจุบันก็คงต้องปรับตัวต่อไป ซึ่งอาจจะต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยเชื่อว่าเป็นแนวทางที่ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติ ซึ่งบริษัทจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบไม่มาก และให้ความใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ขณะที่การขยายสาขาในการให้บริการก็ยังเติบโตอยู่ แต่การเติบโตอาจต้องชะลอตัวตามสถานการณ์ เพื่อรอช่วงเวลาที่เหมาะสม 

“บริษัทมีการปรับกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อให้รัดกุมมากขึ้นตั้งแต่โควิดระบาดรอบแรก โดยผ่านมาแล้ว 1 ปีครึ่ง มั่นใจมากว่าสามารถบริหารจัดการได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังทำให้สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) เพิ่มขึ้น แต่ก็ดีกว่าที่คาดกาณ์ไว้ โดยปัจจุบันหนี้เสียของบริษัทในภาพรวมอยู่ที่ประมาณ 1% กว่า ซึ่งเชื่อว่ากรณีเลวร้ายสุดก็น่าจะไม่เกิน 2%”

Related Posts

ชีวิตง่ายๆ ไม่มีสะดุด กับ LINE เงินเทอร์โบ
แอดเลย! LINE @ngernturbo โฉมใหม่
อ่านต่อ
เงินเทอร์โบ ชวนทุกคนมาร่วมสนุกกับกิจกรรม "อยากให้น้องแมสคอตเงินเทอร์โบชื่ออะไรดีคะ"
ร่วมสนุกกับกิจกรรม อยากให้น้องชื่ออะไรดีคะ ชิงรางวัล iPhone 13 จำนวน 1 รางวัล
อ่านต่อ
ประกาศรายชื่อผู้โชคดี เงินเทอร์โบ แจกจัดหนัก ฉลอง 500 สาขา แจก 500 รางวัล
ขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีในแคมเปญ เงินเทอร์โบแจกจัดหนัก ฉลอง 500 สาขา แจกรางวัล 500 รางวัล ตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดี คลิกเลย!
อ่านต่อ
เงินเทอร์โบ แจกจัดหนัก ฉลอง 500 สาขา แจก 500 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท
เฮลั่น สนั่นเมือง!! เงินเทอร์โบเล่นใหญ่ กับแคมเปญ เงินเทอร์โบแจกจัดหนัก ฉลองเปิดครบ 500 สาขา แจกรางวัล 500 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท ให้คุณได้ลุ้น มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟ 110i 2021 ได้ทุกเดือน และร่วมลุ้นรางวัลใหญ่ รถ Isuzu D-max Spacecab ท้ายแคมเปญ
อ่านต่อ
เพื่อประสิทธิภาพในการเข้าชมเว็บไซต์ และการเข้าชมเว็บไซต์ต่อเนื่องถือว่าท่านยินยอมในการใช้งานคุกกี้ของเว็บไซต์นี้ ท่านสามารถเรียนรู้คุกกี้เพิ่มได้ที่นโยบายเกี่ยวกับคุกกี้(Cookie)และนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ตกลง