ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
เงินเทอร์โบ

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ประกาศความเป็นส่วนตัว สำหรับการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV Privacy Notice)

  • อัปเดตล่าสุด 1 ตุลาคม 2569
สารบัญ
  1. 1. ขอบเขตการใช้บังคับ
  2. 2. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
  3. 3. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม
  4. 4. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  5. 5. หลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมาย
  6. 6. การเปิดเผยข้อมูลต่อบุคคลที่สาม
  7. 7. สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
  8. 8. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
  9. 9. ข้อมูลติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ติดตั้งและใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดภายในและโดยรอบสถานที่ของบริษัทฯ เพื่อการรักษาความปลอดภัยของสถานที่ สินทรัพย์ พนักงาน ลูกค้า และผู้มาติดต่อ บริษัทฯ ขอชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้จากกล้องวงจรปิด ดังนี้

1. ขอบเขตการใช้บังคับ

ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับการติดตั้งและใช้งานกล้องวงจรปิด ณ สำนักงานใหญ่ สาขา และสถานที่ทำการทุกแห่งของบริษัทฯ

2. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

เนื่องจากการบันทึกภาพด้วยกล้องวงจรปิดเป็นการดำเนินการโดยอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในพื้นที่ ท่านจึงไม่สามารถเลือกที่จะไม่ให้บริษัทฯ บันทึกภาพของท่านได้ในขณะที่ท่านอยู่ในพื้นที่ที่มีการติดตั้งกล้อง อย่างไรก็ดี ท่านยังคงมีสิทธิตามที่ระบุไว้ในข้อ 7.

บริษัทฯ ได้ติดตั้งป้ายแจ้งเตือน (CCTV Notice) ณ บริเวณทางเข้าและพื้นที่ที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อแจ้งให้ท่านทราบก่อนเข้าสู่พื้นที่ที่มีการบันทึกภาพ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยกล้องวงจรปิดของบริษัทฯ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เว้นแต่ในกรณีที่ระบบขัดข้องหรือมีการซ่อมบำรุงระบบ

3. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

กล้องวงจรปิดจะบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวของบุคคลทุกคน รวมทั้งทรัพย์สินของบุคคลเหล่านั้น เช่น ยานพาหนะ ซึ่งเข้ามาในพื้นที่ภายใต้การควบคุมดูแลของบริษัทฯ ทั้งภายในและบริเวณโดยรอบสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกของบริษัทฯ และอาจเก็บรวบรวมภาพถ่ายหรือภาพวีดีโอ รวมถึงเสียงของท่านไว้

4. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • 1)การคุ้มครองชีวิต ร่างกาย สุขภาพ ความปลอดภัยส่วนบุคคล และทรัพย์สิน
  • 2)การคุ้มครองและป้องกันสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และสินทรัพย์ จากความเสียหาย การถูกรบกวน การถูกทำลาย และอาชญากรรมอื่น
  • 3)การสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการป้องกัน สืบสวน และดำเนินคดีต่ออาชญากรรม และการดำเนินการเพื่อยับยั้งอาชญากรรม
  • 4)การช่วยเหลือในการระงับข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพ ตามที่เกิดขึ้นในกระบวนการทางวินัยหรือการร้องทุกข์
  • 5)การช่วยเหลือในการสอบสวนข้อเท็จจริง กระบวนการทางวินัย หรือกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing) เฉพาะกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ผิดระเบียบของบริษัท หรือเกิดเหตุกระทบต่อความปลอดภัย
  • 6)การป้องกันและตรวจสอบการทุจริต และการใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีหรือการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจมีการเฝ้าระวังภาพจากกล้องวงจรปิดแบบทันที (Live Monitoring) โดยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยตามที่ระบุไว้ข้างต้น

5. หลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมาย

  • 1)ฐานประโยชน์สำคัญต่อชีวิต เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • 2)ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุข้างต้น ซึ่งเป็นประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ
  • 3)ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่หรือภาระผูกพันตามที่กำหนดไว้โดยกฎหมายที่ใช้บังคับ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงาน และให้ถือว่าการใช้กล้องวงจรปิดเป็นมาตรการที่สำคัญซึ่งช่วยให้บริษัทฯ สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันเหล่านี้ได้

6. การเปิดเผยข้อมูลต่อบุคคลที่สาม

  • 1)บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลที่สาม (รวมถึงบริษัทในเครือและผู้ให้บริการ) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุข้างต้น
  • 2)บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หากมีความจำเป็นต้องเปิดเผยเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการป้องกัน สืบสวน และดำเนินคดีต่ออาชญากรรม

7. สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

  • 1)สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาภาพจากกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวกับท่าน
  • 2)สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  • 3)สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวท่านได้
  • 4)สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
  • 5)สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล
  • 6)สิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ผ่านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

8. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

  • 1)บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ไม่เกินกว่าระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อการบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ หรือเท่าที่จำเป็นตามกฎหมายที่ ใช้บังคับ
  • 2)บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อการจัดการข้อพิพาทหรือดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย
  • 3)หากหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทฯ อาจทำลาย ลบ นำออกจากระบบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้
  • 4)บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดไว้ไม่เกิน 180 วันนับแต่วันที่บันทึกภาพ เว้นแต่มีความจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้เกินกว่าระยะเวลาดังกล่าวเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐาน หรือเพื่อการดำเนินการตามกฎหมาย

9. ข้อมูลติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หากท่านต้องการสอบถามเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลหรือการใช้สิทธิของท่านตามนโยบายฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ และ/หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านช่องทางดังนี้

  • 9.1 ติดต่อศูนย์บริการลูกค้า (Call Center) : 02-857-8888
  • 9.2 ติดต่อทางอีเมล : dpo@turbo.co.th
  • 9.3 ติดต่อสำนักงานใหญ่ : บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ เลขที่ 500 หมู่ 3 ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120

ทั้งนี้ ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่ https://www.turbo.co.th/policy/privacy