บ้าน คือทรัพย์สินที่หลายคนตั้งใจซื้อและผ่อนชำระด้วยความหวังว่าจะได้มีที่อยู่เป็นของตัวเอง แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจ รายได้ที่ไม่แน่นอน หรือเหตุฉุกเฉินต่างๆ ทำให้หลายคนต้องเผชิญปัญหาผ่อนบ้านไม่ไหว และเริ่มกังวลว่า ถ้าผ่อนบ้านไม่ไหวทำอย่างไรดี? คืนได้ไหม? แล้วไม่จ่ายค่าบ้านกี่เดือนถึงจะโดนยึด?
บทความนี้จะช่วยเพื่อนๆ เช็กทางออกทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุดค่ะ
ก่อนจะรีบมองหาทางออก สิ่งแรกที่อยากให้เพื่อนๆ ทำคือมองย้อนกลับมาที่ต้นเหตุของปัญหาก่อนค่ะ เพราะการผ่อนบ้านไม่ไหวไม่ได้เกิดขึ้นแบบไม่มีสาเหตุ ส่วนใหญ่มักสะสมมาจากหลายปัจจัยพร้อมกันโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว
บางคนรายได้หายเพราะตกงาน ยอดขายหาย หรือไม่ได้โอทีเท่าเดิม ในขณะที่ค่าใช้จ่ายประจำกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร หรือค่าเล่าเรียนลูก นอกจากนี้ ยังมีภาระหนี้อื่นๆ ที่เข้ามาพร้อมกัน เช่น บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล พอรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ค่างวดบ้านที่เคยจ่ายไหว ก็เริ่มหนักขึ้นมาทันที
การรู้ว่าเรากำลังเจอปัญหาเพราะอะไร จะช่วยให้เลือกวิธีแก้ได้ตรงจุด ไม่ใช่การแก้ไขแบบประคองไปวันๆ แล้วกลับมาตันอีกครั้งค่ะ
ถ้าผ่อนบ้านไม่ไหวทำอย่างไรดี? 6 วิธีแก้ปัญหาแบบทำได้จริง
ถ้าเพื่อนๆ เริ่มเงินตึง มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ผ่อนบ้านไม่ไหว อย่าเพิ่งท้อหรือหมดกำลังใจ หายใจเข้าลึกๆ แล้วทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ปัญหาต่างๆ สามารถคลี่คลายได้แน่นอนค่ะ
หลายคนกลัวที่จะโทรหาธนาคาร เพราะคิดว่าจะโดนกดดันหรือไม่มีใครช่วย แต่ในความเป็นจริง ธนาคารพร้อมพูดคุยกับลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาเสมอค่ะ เพราะเขาเองก็ไม่อยากปล่อยไว้จนกลายเป็นหนี้เสียเช่นกันค่ะ
การโทรไปอธิบายสถานการณ์ตรงๆ ว่ารายได้ลดลง หรือกำลังมีปัญหาชั่วคราว อาจทำให้ได้ทางเลือก เช่น ลดดอกเบี้ยชั่วคราว พักเงินต้น หรือขยายระยะเวลาผ่อน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันในแต่ละเดือนได้มากกว่าการเงียบหายแน่นอนค่ะ
ถ้าเพื่อนๆ ยังมีรายได้เข้ามาอยู่ แต่ไม่พอสำหรับค่างวดเดิม การขอปรับโครงสร้างหนี้จึงเป็นทางเลือกที่ควรลอง เพราะธนาคารอาจช่วยปรับเงื่อนไขให้เหมาะกับสถานการณ์ใหม่ เช่น ลดค่างวดจากเดือนละ 12,000 บาท เหลือ 8,000 บาท ทำให้ยังผ่อนไหว และไม่เสียประวัติทางการเงิน
วิธีนี้เหมาะกับคนที่อยากรักษาบ้านไว้ และต้องการเวลาหายใจโล่งๆ เพิ่มขึ้นอีกนิด มีความยืดหยุ่นทางการเงินเพิ่มขึ้นอีกหน่อยค่ะ
สำหรับคนที่ผ่อนบ้านมาเกิน 3 ปีแล้ว การรีไฟแนนซ์อาจเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ดีเลยค่ะ เพราะการย้ายไปธนาคารใหม่ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า จะช่วยลดภาระในระยะยาวได้ แม้ขั้นตอนจะดูยุ่งยากบ้าง แต่ถ้าคำนวณดูแล้วช่วยประหยัดเงินได้จริง ก็ถือว่าคุ้มค่าค่ะ
ถ้าบ้านที่เรากำลังผ่อนอยู่ในทำเลที่ปล่อยเช่าแล้วได้ราคาดี การนำบ้านไปปล่อยเช่าสามารถช่วยแบ่งเบาภาระได้ทันที เช่น ค่างวดบ้านเดือนละ 12,000 บาท แต่ปล่อยเช่าได้ 9,000-12,000 บาท ก็ช่วยลดเงินที่ต้องควักจากกระเป๋าตัวเองลงไปมาก เป็นวิธีที่หลายคนใช้ประคองช่วงรายได้สะดุดได้ดีค่ะ
บางคนรู้ตัวแล้วว่าไม่อยากแบกภาระต่อ การตัดสินใจขายบ้านก่อนโดนยึด ถือเป็นการเลือกที่ดีกว่า เพราะการขายเองมักได้ราคาดีกว่าการขายทอดตลาดโดยธนาคาร และยังไม่เสียประวัติทางการเงินอีกด้วย
ขั้นตอนการขายบ้าน
ในบางกรณี ปัญหาอาจเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ เช่น ขาดรายได้ 2 - 3 เดือน การหาแหล่งกู้เงินด่วนที่ถูกกฎหมาย เช่น การนำรถที่เป็นชื่อของตัวเองมาขอสินเชื่อรถยนต์ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยประคองสถานการณ์ไว้ก่อนได้ โดยไม่ต้องปล่อยให้บ้านหลุดมือค่ะ
ปัญหาผ่อนบ้านไม่ไหวเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบทั้งชีวิตและความมั่นคงในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นความกังวลเรื่องการโดนยึดบ้าน เสียประวัติทางการเงิน หรือภาระค่าใช้จ่ายที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน สิ่งสำคัญคือ อย่ารีบตัดสินใจเพียงเพราะขาดเงินช่วงสั้นๆ แต่ควรเลือกทางออกที่ปลอดภัยและเหมาะกับสถานการณ์ของตัวเองมากที่สุดค่ะ
หากเพื่อนๆ กำลังขาดสภาพคล่องชั่วคราว และต้องการเงินมาช่วยประคองค่างวดบ้าน เงินเทอร์โบมีบริการสินเชื่อรถยนต์ โดยใช้เล่มทะเบียนเป็นหลักประกัน ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยคนที่กำลังเจอสถานการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ
สนใจสมัครสินเชื่อรถแลกเงิน ลองแวะไปสอบถามรายละเอียดได้ที่สาขาเงินเทอร์โบ ใกล้บ้าน หรือกรอกข้อมูลสมัครที่ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 15-24% ต่อปี
*เงื่อนไขและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด