ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
เงินเทอร์โบ
โฉนดที่ดิน

ผ่อนบ้านไม่ไหว ทำไงดี? เช็ก 6 ทางออกแก้ปัญหา หยุดหนี้เสีย

เช็ก 6 วิธีแก้ปัญหาผ่อนบ้านไม่ไหวแบบทำได้จริง! พร้อมคำตอบว่าไม่จ่ายค่าบ้านกี่เดือนโดนยึด? คืนบ้านได้ไหม? และวิธีขายบ้านก่อนโดนยึดเพื่อรักษาเครดิต

อ่าน 13 นาที
ผ่อนบ้านไม่ไหว ทำไงดี? รวมทุกวิธีแก้ปัญหา ก่อนบ้านหลุดมือ
หัวข้อในบทความนี้ (18)
  1. สรุปเนื้อหา เข้าใจง่าย
  2. ผ่อนบ้านไม่ไหวเกิดจากอะไร? เช็กก่อนจะหาทางแก้
  3. 1. ติดต่อธนาคารทันที อย่าเงียบหาย
  4. 2. ขอปรับโครงสร้างหนี้
  5. 3. รีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อลดดอกเบี้ยระยะยาว
  6. 4. ปล่อยเช่าบ้านเพื่อสร้างรายได้
  7. 5. ผ่อนบ้านไม่ไหว อยากขาย ทำได้เช่นกัน
  8. ขั้นตอนการขายบ้าน
  9. 6. หาเงินด่วนเพื่อกันไม่ให้บ้านหลุด
  10. ผ่อนบ้านไม่ไหว อย่าเพิ่งตัดสินใจพลาด ปรึกษาเงินเทอร์โบก่อน
  11. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับส่งบ้านไม่ไหวทำอย่างไรดี (FAQs)
  12. Q : การขอปรับโครงสร้างหนี้มีผลกระทบต่อเครดิตบูโรอย่างไรบ้าง?
  13. Q : มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ต้องเตรียม ถ้าตัดสินใจรีไฟแนนซ์หรือขายบ้าน?
  14. Q : หลังค้างชำระไปแล้ว 1-2 เดือน ควรติดต่อธนาคารตอนไหนถึงจะดีที่สุด?
  15. Q : การใช้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือสินเชื่อรถยนต์มาโปะค่างวดบ้านเป็นทางเลือกที่ดีจริงหรือไม่?
  16. Q : ผ่อนบ้านไม่ไหว คืนได้ไหม?
  17. Q : ผ่อนบ้านไม่ไหว ปล่อยยึดดีไหม?
  18. Q : ไม่จ่ายค่าบ้านกี่เดือนโดนยึด?

สรุปเนื้อหา เข้าใจง่าย

เมื่อเผชิญปัญหาผ่อนบ้านไม่ไหว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตั้งสติและติดต่อธนาคารทันที ก่อนที่จะค้างชำระเกิน 3 เดือน ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกยึดได้ ทางออกหลักมี 6 วิธีที่ช่วยให้เพื่อนๆ หยุดหนี้เสียได้ เช่น การเจรจาขอปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดค่างวด, การรีไฟแนนซ์เพื่อลดดอกเบี้ย, หรือแม้แต่การตัดสินใจขายบ้านก่อนถูกยึด ซึ่งเป็นทางเลือกที่ช่วยรักษาประวัติทางการเงินของเพื่อนๆ ไว้ได้ดีกว่าการปล่อยให้บ้านหลุดมือ

คู่รักกำลังคิดว่าถ้าผ่อนบ้านไม่ไหวจะทำอย่างไรดี

บ้าน คือทรัพย์สินที่หลายคนตั้งใจซื้อและผ่อนชำระด้วยความหวังว่าจะได้มีที่อยู่เป็นของตัวเอง แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจ รายได้ที่ไม่แน่นอน หรือเหตุฉุกเฉินต่างๆ ทำให้หลายคนต้องเผชิญปัญหาผ่อนบ้านไม่ไหว และเริ่มกังวลว่า ถ้าผ่อนบ้านไม่ไหวทำอย่างไรดี? คืนได้ไหม? แล้วไม่จ่ายค่าบ้านกี่เดือนถึงจะโดนยึด?

บทความนี้จะช่วยเพื่อนๆ เช็กทางออกทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุดค่ะ


ผ่อนบ้านไม่ไหวเกิดจากอะไร? เช็กก่อนจะหาทางแก้

ก่อนจะรีบมองหาทางออก สิ่งแรกที่อยากให้เพื่อนๆ ทำคือมองย้อนกลับมาที่ต้นเหตุของปัญหาก่อนค่ะ เพราะการผ่อนบ้านไม่ไหวไม่ได้เกิดขึ้นแบบไม่มีสาเหตุ ส่วนใหญ่มักสะสมมาจากหลายปัจจัยพร้อมกันโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว

บางคนรายได้หายเพราะตกงาน ยอดขายหาย หรือไม่ได้โอทีเท่าเดิม ในขณะที่ค่าใช้จ่ายประจำกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร หรือค่าเล่าเรียนลูก นอกจากนี้ ยังมีภาระหนี้อื่นๆ ที่เข้ามาพร้อมกัน เช่น บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล พอรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ค่างวดบ้านที่เคยจ่ายไหว ก็เริ่มหนักขึ้นมาทันที

การรู้ว่าเรากำลังเจอปัญหาเพราะอะไร จะช่วยให้เลือกวิธีแก้ได้ตรงจุด ไม่ใช่การแก้ไขแบบประคองไปวันๆ แล้วกลับมาตันอีกครั้งค่ะ


ถ้าผ่อนบ้านไม่ไหวทำอย่างไรดี? 6 วิธีแก้ปัญหาแบบทำได้จริง

ถ้าเพื่อนๆ เริ่มเงินตึง มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ผ่อนบ้านไม่ไหว อย่าเพิ่งท้อหรือหมดกำลังใจ หายใจเข้าลึกๆ แล้วทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ปัญหาต่างๆ สามารถคลี่คลายได้แน่นอนค่ะ

1. ติดต่อธนาคารทันที อย่าเงียบหาย

หลายคนกลัวที่จะโทรหาธนาคาร เพราะคิดว่าจะโดนกดดันหรือไม่มีใครช่วย แต่ในความเป็นจริง ธนาคารพร้อมพูดคุยกับลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาเสมอค่ะ เพราะเขาเองก็ไม่อยากปล่อยไว้จนกลายเป็นหนี้เสียเช่นกันค่ะ

การโทรไปอธิบายสถานการณ์ตรงๆ ว่ารายได้ลดลง หรือกำลังมีปัญหาชั่วคราว อาจทำให้ได้ทางเลือก เช่น ลดดอกเบี้ยชั่วคราว พักเงินต้น หรือขยายระยะเวลาผ่อน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันในแต่ละเดือนได้มากกว่าการเงียบหายแน่นอนค่ะ

2. ขอปรับโครงสร้างหนี้

ถ้าเพื่อนๆ ยังมีรายได้เข้ามาอยู่ แต่ไม่พอสำหรับค่างวดเดิม การขอปรับโครงสร้างหนี้จึงเป็นทางเลือกที่ควรลอง เพราะธนาคารอาจช่วยปรับเงื่อนไขให้เหมาะกับสถานการณ์ใหม่ เช่น ลดค่างวดจากเดือนละ 12,000 บาท เหลือ 8,000 บาท ทำให้ยังผ่อนไหว และไม่เสียประวัติทางการเงิน

วิธีนี้เหมาะกับคนที่อยากรักษาบ้านไว้ และต้องการเวลาหายใจโล่งๆ เพิ่มขึ้นอีกนิด มีความยืดหยุ่นทางการเงินเพิ่มขึ้นอีกหน่อยค่ะ

3. รีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อลดดอกเบี้ยระยะยาว

สำหรับคนที่ผ่อนบ้านมาเกิน 3 ปีแล้ว การรีไฟแนนซ์อาจเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ดีเลยค่ะ เพราะการย้ายไปธนาคารใหม่ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า จะช่วยลดภาระในระยะยาวได้ แม้ขั้นตอนจะดูยุ่งยากบ้าง แต่ถ้าคำนวณดูแล้วช่วยประหยัดเงินได้จริง ก็ถือว่าคุ้มค่าค่ะ

4. ปล่อยเช่าบ้านเพื่อสร้างรายได้

ถ้าบ้านที่เรากำลังผ่อนอยู่ในทำเลที่ปล่อยเช่าแล้วได้ราคาดี การนำบ้านไปปล่อยเช่าสามารถช่วยแบ่งเบาภาระได้ทันที เช่น ค่างวดบ้านเดือนละ 12,000 บาท แต่ปล่อยเช่าได้ 9,000-12,000 บาท ก็ช่วยลดเงินที่ต้องควักจากกระเป๋าตัวเองลงไปมาก เป็นวิธีที่หลายคนใช้ประคองช่วงรายได้สะดุดได้ดีค่ะ

5. ผ่อนบ้านไม่ไหว อยากขาย ทำได้เช่นกัน

บางคนรู้ตัวแล้วว่าไม่อยากแบกภาระต่อ การตัดสินใจขายบ้านก่อนโดนยึด ถือเป็นการเลือกที่ดีกว่า เพราะการขายเองมักได้ราคาดีกว่าการขายทอดตลาดโดยธนาคาร และยังไม่เสียประวัติทางการเงินอีกด้วย


ขั้นตอนการขายบ้าน

  • ไปขอยอดหนี้ปิดบัญชีจากธนาคาร เพื่อรู้ตัวเลขที่ชัดเจนว่าปัจจุบันยังเป็นหนี้อยู่เท่าไร ยอดนี้จะใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการตั้งราคาขาย และใช้แจ้งกับผู้ซื้อหรือธนาคารของผู้ซื้อในขั้นตอนต่อไป
  • ประกาศขายบ้าน อาจขายเองผ่านออนไลน์ ฝากนายหน้า หรือขายต่อให้คนรู้จักก็ได้ จุดสำคัญคือควรแจ้งให้ชัดเจนว่าเป็นบ้านที่ยังติดภาระสินเชื่ออยู่ เพื่อให้ผู้ซื้อเข้าใจขั้นตอนและเตรียมการกู้ได้ถูกต้องตั้งแต่แรก
  • ผู้ซื้อทำการกู้ ธนาคารจะประเมินมูลค่าบ้าน และพิจารณาความสามารถในการผ่อนของผู้ซื้อ หากผ่านอนุมัติ เงินกู้ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้สำหรับปิดยอดหนี้เดิมของเรา
  • นำเงินซื้อบ้านไปปิดหนี้ เมื่อธนาคารได้รับเงินครบตามยอดปิดบัญชี จะดำเนินการปลดภาระจำนอง ทำให้บ้านหลุดจากสถานะติดหนี้เดิม
  • โอนกรรมสิทธิ์ เมื่อบ้านปลอดภาระแล้ว ก็สามารถโอนชื่อเจ้าของจากชื่อเราไปเป็นชื่อของผู้ซื้อได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากราคาขายสูงกว่ายอดหนี้ที่ค้างอยู่ ส่วนต่างนั้นก็จะเป็นเงินที่เราได้รับคืน ช่วยให้ตั้งหลักทางการเงินใหม่ได้ดีกว่าการปล่อยให้โดนยึดค่ะ

6. หาเงินด่วนเพื่อกันไม่ให้บ้านหลุด

ในบางกรณี ปัญหาอาจเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ เช่น ขาดรายได้ 2 - 3 เดือน การหาแหล่งกู้เงินด่วน ที่ถูกกฎหมาย เช่น การนำรถที่เป็นชื่อของตัวเองมาขอสินเชื่อรถยนต์ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยประคองสถานการณ์ไว้ก่อนได้ โดยไม่ต้องปล่อยให้บ้านหลุดมือค่ะ

ผู้หญิงกำลังคำนวณว่าผ่อนบ้านไม่ไหวอยากขายคุ้มไหม

ผ่อนบ้านไม่ไหว อย่าเพิ่งตัดสินใจพลาด ปรึกษาเงินเทอร์โบก่อน 

ปัญหาผ่อนบ้านไม่ไหวเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบทั้งชีวิตและความมั่นคงในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นความกังวลเรื่องการโดนยึดบ้าน เสียประวัติทางการเงิน หรือภาระค่าใช้จ่ายที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน สิ่งสำคัญคือ อย่ารีบตัดสินใจเพียงเพราะขาดเงินช่วงสั้นๆ แต่ควรเลือกทางออกที่ปลอดภัยและเหมาะกับสถานการณ์ของตัวเองมากที่สุดค่ะ

หากเพื่อนๆ กำลังขาดสภาพคล่องชั่วคราว และต้องการเงินมาช่วยประคองค่างวดบ้าน เงินเทอร์โบมีบริการสินเชื่อรถยนต์ โดยใช้เล่มทะเบียนเป็นหลักประกัน ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยคนที่กำลังเจอสถานการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ

  • สมัครง่าย
  • รับเงินไว
  • ไม่ต้องใช้คนค้ำ
  • ยังใช้รถทำงานต่อได้

สนใจสมัครสินเชื่อรถแลกเงิน ลองแวะไปสอบถามรายละเอียดได้ที่สาขาเงินเทอร์โบ ใกล้บ้าน หรือกรอกข้อมูลสมัครที่ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 15-24% ต่อปี
*เงื่อนไขและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ข้อมูลอ้างอิง

ปรับโครงสร้างหนี้...คืออะไร. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 จาก
https://www.bot.or.th/th/satang-story/managing-debt/debt-restructuring.html

ผ่อนไม่ไหวทำอย่างไรดี. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 จาก
https://www.bot.or.th/th/satang-story/managing-debt/debt-relief.html

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับส่งบ้านไม่ไหวทำอย่างไรดี (FAQs)

Q : การขอปรับโครงสร้างหนี้มีผลกระทบต่อเครดิตบูโรอย่างไรบ้าง?

A: การปรับโครงสร้างหนี้ เช่น การขยายระยะเวลาผ่อน หรือการลดดอกเบี้ยชั่วคราว โดยทั่วไปจะไม่ถูกจัดว่าเป็นหนี้เสีย (NPL) โดยตรง แต่สถานะบัญชีจะถูกรายงานว่า "อยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างหนี้" ซึ่งสถานะนี้อาจทำให้การพิจารณาสินเชื่อใหม่ๆ ในอนาคตมีความเข้มงวดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจปรับโครงสร้างหนี้ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการปล่อยให้ค้างชำระเกิน 3 เดือนจนกลายเป็นหนี้เสียหรือถูกฟ้องยึดบ้านโดยตรง

Q : มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ต้องเตรียม ถ้าตัดสินใจรีไฟแนนซ์หรือขายบ้าน?

A: กรณีรีไฟแนนซ์ ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายหลักๆ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการประเมินหลักประกัน, ค่าอากรแสตมป์, และค่าจดจำนองใหม่กับธนาคารใหม่ (กรณีรีไฟแนนซ์ข้ามธนาคาร) รวมถึงอาจมีค่าปรับหากรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระขั้นต่ำ (มักเป็น 3 ปี)

กรณีขายบ้าน ต้องเตรียมค่าธรรมเนียมการโอน ซึ่งมักแบ่งกันจ่ายกับผู้ซื้อ, ภาษีธุรกิจเฉพาะ หากถือกรรมสิทธิ์ไม่ถึง 5 ปี, อากรแสตมป์ และที่สำคัญคือต้องมีเงินก้อนเพื่อนำไปปิดยอดหนี้คงเหลือทั้งหมดกับธนาคารเดิมก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์

Q : หลังค้างชำระไปแล้ว 1-2 เดือน ควรติดต่อธนาคารตอนไหนถึงจะดีที่สุด?

A: ควรติดต่อธนาคารทันทีที่รู้ตัวว่าอาจจะไม่สามารถชำระได้ตามกำหนด หรือเมื่อเริ่มค้างชำระเพียง 1 เดือน การติดต่อล่วงหน้าหรือในช่วงต้นจะช่วยให้ธนาคารมีทางเลือกในการเสนอความช่วยเหลือที่หลากหลาย เช่น การพักชำระเงินต้น หรือการลดดอกเบี้ยชั่วคราว ซึ่งดีกว่าการปล่อยให้ค้างชำระสะสมจนครบ 3 เดือน ซึ่งธนาคารจะเริ่มกระบวนการติดตามหนี้ที่เข้มงวดมากขึ้นและมีผลเสียต่อประวัติเครดิตขอเพื่อนๆ ค่ะ

Q : การใช้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือสินเชื่อรถยนต์มาโปะค่างวดบ้านเป็นทางเลือกที่ดีจริงหรือไม่?

A: การหาเงินด่วนจากแหล่งสินเชื่อที่ถูกกฎหมาย เช่น สินเชื่อรถยนต์ (จำนำทะเบียนรถ) ควรเป็นทางเลือก ชั่วคราว เพื่อประคองสถานการณ์ไม่ให้บ้านหลุดมือในขณะที่เพื่อนๆ กำลังหาทางแก้ไขหนี้บ้านในระยะยาว เนื่องจากสินเชื่อเหล่านี้มักมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่อบ้าน ดังนั้น เพื่อนๆ ต้องมั่นใจว่าแผนการเงินของเพื่อนๆ สามารถหาเงินมาปิดสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยสูงเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว มิฉะนั้นภาระหนี้โดยรวมอาจเพิ่มขึ้นในระยะยาวได้ค่ะ

Q : ผ่อนบ้านไม่ไหว คืนได้ไหม?

หลายคนคิดว่าถ้าไม่ไหวก็คืนบ้านไปเลย แต่ความจริงคือการคืนบ้านไม่ใช่การจบปัญหาแบบง่ายๆ เพราะธนาคารจะนำบ้านไปขายทอดตลาด แล้วนำเงินมาหักหนี้ ถ้าขายได้ไม่พอ เราก็ยังต้องจ่ายส่วนต่างอยู่ดีค่ะ ดังนั้น วิธีนี้จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก และแนะนำว่าควรเป็นทางเลือกสุดท้ายในการแก้ปัญหาผ่อนบ้านไม่ไหวค่ะ

Q : ผ่อนบ้านไม่ไหว ปล่อยยึดดีไหม?

การปล่อยให้บ้านโดนยึด ส่งผลกระทบระยะยาวมากกว่าที่คิดค่ะ ทั้งเสียเครดิต เสียโอกาสกู้ครั้งต่อไป และบ้านมักถูกขายในราคาต่ำกว่ามูลค่าจริง ทางเลือกนี้จึงไม่ค่อยแนะนำ อยากให้ลองทางเลือกอื่นดูก่อนค่ะ

Q : ไม่จ่ายค่าบ้านกี่เดือนโดนยึด?

โดยทั่วไป หากค้างเกิน 3 เดือน ธนาคารจะเริ่มทวงถาม และถ้าค้างยาวถึงประมาณ 6 เดือน ก็อาจเข้าสู่กระบวนการยึดบ้าน ยิ่งเพื่อนๆ ติดต่อธนาคารเร็ว โอกาสแก้ไขยิ่งมีมากขึ้นค่ะ

หมวดหมู่โฉนดที่ดิน
แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

สมัครสินเชื่อ

สนใจสินเชื่อเงินเทอร์โบ ปรึกษาเราได้

เตรียมบัตรประชาชนและเอกสารหลักประกันตามประเภทสินเชื่อ ฝากเบอร์ไว้ เจ้าหน้าที่โทรกลับภายใน 5 นาที หรือแวะสาขาใกล้บ้าน

ค้นหาสาขา

ฝากเบอร์ไว้

ให้เราโทรกลับใน 5 นาที

โทรกลับภายใน 5 นาที

เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการทุกวัน 07:00 - 23:00 น.
เลือกสินเชื่อที่สนใจ

เมื่อกดยืนยันส่งข้อมูล ถือว่าคุณอ่านและรับทราบนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเรียบร้อยแล้ว

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 15.00% - 33.00% ต่อปี เงื่อนไขและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด