เปิดความคุ้มครองประกันรถยนต์มีอะไรบ้าง แบบไหนเคลมได้
ประกันรถยนต์

ความคุ้มครองประกันรถยนต์ครอบคลุมอะไรบ้าง ฉบับเข้าใจง่าย

สรุปเนื้อหา เข้าใจง่าย

การทำประกันอุบัติเหตุรถยนต์ เป็นตัวช่วยสำคัญในการบริหารความเสี่ยงบนท้องถนนสำหรับคนทำมาหากิน โดยความคุ้มครองประกันรถยนต์จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1. การชดเชยค่าเสียหายให้คู่กรณี 2. การดูแลค่ารักษาพยาบาลของคนในรถ 3. การรับผิดชอบค่าซ่อมรถของเรา และ 4. การคุ้มครองกรณีรถสูญหายหรือไฟไหม้ ดังนั้น การทำความเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้อย่างชัดเจน รวมถึงการรู้ข้อยกเว้นต่างๆ จะช่วยให้ผู้ใช้รถสามารถวางแผนเลือกซื้อแผนประกันภัยที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการขับขี่และสภาพคล่องทางการเงินได้ดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เงินเก็บก้อนสำคัญต้องสูญหายไปกับอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด

หัวข้อในบทความนี้

  • ประกันรถยนต์คืออะไร ทำไมคนใช้รถทุกคนต้องมี?
  • กางกรมธรรม์ ความคุ้มครองประกันรถยนต์มีอะไรบ้าง?
  • เจาะลึกประกันรถยนต์มีอะไรบ้าง และแต่ละชั้นต่างกันยังไง?
  • ทริกเลือกประกันอุบัติเหตุรถยนต์ ให้เหมาะกับการใช้งานและเงินในกระเป๋า
  • ต่อประกันรถยนต์กับเงินเทอร์โบ ไม่ต้องจ่ายเงินก้อน
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความคุ้มครองประกันรถยนต์ (FAQs)

ทุกวันนี้แค่ก้าวขาออกจากบ้าน ขับรถไปทำงาน หรือขับรถไปส่งของ ก็มีความเสี่ยงรออยู่บนท้องถนนแล้ว เพราะแม้เพื่อนๆ จะขับขี่ระวังแค่ไหน แต่บางทีอุบัติเหตุก็มาหาแบบไม่ทันตั้งตัว ลำพังแค่ค่าซ่อมรถก็หนักหนาแล้ว ถ้าต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลอีกรับรองว่าแผนการใช้เงินสะดุดแน่นอน ดังนั้น การมีประกันอุบัติเหตุรถยนต์ติดไว้จึงช่วยให้เพื่อนๆ อุ่นใจได้มากขึ้นค่ะ

แต่เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนที่เพิ่งมีรถคันแรก หรือยังไม่เคยทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจอาจยังมีคำถามในใจว่าประกันรถยนต์คืออะไร ซื้อไปแล้วคุ้มครองอะไรบ้าง อุบัติเหตุแบบไหนถึงเคลมได้? บทความนี้จะพาเพื่อนๆ ไปดูรายละเอียดความคุ้มครองประกันรถยนต์แต่ละประเภทกันแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้เพื่อนๆ เลือกซื้อประกันได้คุ้มค่า และใช้งานได้จริงเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินค่ะ

ประกันรถยนต์คืออะไร ทำไมคนใช้รถทุกคนต้องมี?

เพื่อให้เข้าใจโดยง่าย ประกันรถยนต์ เปรียบเสมือนเบาะรองรับความเสี่ยงของเราค่ะ โดยเราทำหน้าที่จ่ายเงินก้อนเล็กๆ เป็นเบี้ยประกันรายปีให้แก่บริษัทประกัน เพื่อแลกกับการที่เขาจะมารับหน้าที่จ่ายเงินก้อนใหญ่แทนเราเวลาเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมรถเรา ค่าซ่อมรถคู่กรณี หรือค่ารักษาพยาบาล

การมีประกันจะช่วยเซฟเงินเก็บของเราไม่ให้หายวับไปกับตาเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝันค่ะ ทำให้เรายังมีเงินทุนไว้หมุนเวียนทำมาหากินต่อได้ โดยไม่ต้องไปกู้เงินมาจ่ายค่าซ่อมรถค่ะ

กางกรมธรรม์ ความคุ้มครองประกันรถยนต์มีอะไรบ้าง?

เวลาเกิดอุบัติเหตุ หลายคนมักจะสับสนว่าสรุปแล้วประกันรถยนต์คุ้มครองอะไรบ้าง? หลักๆ แล้วความคุ้มครองจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ดังนี้ค่ะ

ส่วนที่ 1 การชดเชยค่าเสียหายให้คู่กรณี หรือบุคคลภายนอก (ซ่อมเขา)

บริษัทประกันภัยจะช่วยจ่ายค่าซ่อมรถ และค่ารักษาพยาบาลให้บุคคลภายนอกในกรณีที่เพื่อนๆ เป็นฝ่ายผิดหรือมีส่วนรับผิดตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ส่วนนี้ช่วยเซฟเงินในกระเป๋า และลดการทะเลาะวิวาทกับคู่กรณีได้ดีที่สุดค่ะ

ส่วนที่ 2 การดูแลค่ารักษาพยาบาลและคุ้มครองคนในรถ

ดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้คนขับและผู้โดยสารในรถของเพื่อนๆ รวมถึงมีวงเงินประกันตัวผู้ขับขี่ในกรณีที่เกิดเป็นคดีอาญา โดยวงเงินและรายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามแผนประกันและเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ค่ะ

ส่วนที่ 3 การรับผิดชอบค่าเสียหายของรถเรา (ซ่อมเรา)

บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าซ่อมรถของเพื่อนๆ เวลาเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะขับไปชนรถคันอื่น ชนรั้ว ชนเสาไฟฟ้า หรือตกข้างทาง บริษัทประกันภัยจะช่วยจ่ายค่าซ่อมให้รถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยรายละเอียดความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับชั้นประกันที่เพื่อนๆ เลือกด้วยค่ะ

ส่วนที่ 4 การคุ้มครองกรณีรถสูญหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม

นอกจากเรื่องขับรถชนแล้ว ความคุ้มครองประกันรถยนต์ยังครอบคลุมไปถึงเหตุสุดวิสัย อย่างการจอดรถไว้หน้าบ้านแล้วโดนขโมย เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เครื่องยนต์ หรือช่วงหน้าฝนขับรถลุยน้ำแล้วน้ำท่วมหนักจนรถพัง บริษัทประกันภัยก็จะจ่ายเงินชดเชยให้ตามทุนประกัน รายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามประเภทประกัน แผนที่เลือก และวงเงินคุ้มครอง ข้อนี้สำคัญมากนะคะสำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่มีโรงจอดรถส่วนตัว หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมค่ะ

ระวัง! ข้อยกเว้นที่ประกันรถยนต์ไม่รับเคลม

ถึงแม้จะมีประกันติดรถไว้แล้ว แต่ถ้าทำผิดกฎเหล็กเหล่านี้ บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธความคุ้มครองได้นะคะ

  • เมาแล้วขับ หากตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือ เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (mg%) สำหรับบุคคลทั่วไป
  • ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ทั้งกรณีไม่เคยสอบใบขับขี่มาก่อนเลย หรือถูกเพิกถอนใบขับขี่
  • ใช้รถผิดประเภท เช่น ซื้อประกันสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล แต่นำรถไปใช้วิ่งรับจ้าง
  • ใช้รถทำผิดกฎหมาย นำรถไปใช้ก่ออาชญากรรมหรือขนส่งสิ่งเสพติด
  • ดัดแปลงรถ หรือติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมโดยไม่ได้บอกบริษัทประกันภัย

ในคู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ มีการระบุข้อยกเว้นเกี่ยวกับความเสียหายจากการเสื่อมสภาพ การใช้รถผิดกฎหมาย และการใช้รถนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ทางที่ดี เพื่อนๆ ควรอ่านรายละเอียดให้ดีก่อนทำประกันทุกครั้งนะคะ

เจาะลึกประกันรถยนต์มีอะไรบ้าง และแต่ละชั้นต่างกันยังไง?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าประกันรถยนต์แต่ละประเภท แตกต่างกันอย่างไร เราจะแบ่งออกเป็น 2 หมวดหมู่หลักๆ คือ

หมวดที่ 1: ภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถยนต์)

หมวดนี้กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องทำค่ะ หากไม่ทำจะมีความผิดตามกฎหมายและไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้ โดย พ.ร.บ. จะเน้นให้ความคุ้มครองแก่คนเป็นหลัก โดยจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยกรณีบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ให้แก่ตัวเรา คนในรถ และบุคคลภายนอกที่ได้รับผลกระทบ แต่จำไว้ว่า พ.ร.บ. จะไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของใครเลยแม้แต่คันเดียวค่ะ ถ้าเพื่อนๆ ต้องการความคุ้มครองค่าซ่อมรถของเรา หรือค่าซ่อมรถคู่กรณี ควรทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่มเติมด้วยค่ะ

หมวดที่ 2: ภาคสมัครใจ (ประกันชั้น 1, 2+, 3+, 3)

หมวดนี้คือประกันที่เพื่อนๆ สามารถเลือกซื้อเพิ่มเองได้เพื่อความอุ่นใจ โดยจะเข้ามาอุดรอยรั่วของ พ.ร.บ. ในเรื่องการดูแลค่าซ่อมตัวรถยนต์และทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งวงเงินความคุ้มครองจะแตกต่างกันไปตามชั้นประกันที่เลือกซื้อค่ะ โดยสรุปแบบเข้าใจง่าย ดังนี้

  • ประกันชั้น 1 : คุ้มครองครอบคลุมที่สุด ไม่ว่าเพื่อนๆ จะชนรถ ชนรั้ว รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ก็เคลมได้หมด เหมาะกับรถป้ายแดง หรือมือใหม่หัดขับ
  • ประกันชั้น 2+ : คุ้มครองซ่อมเขา+ซ่อมเรา แต่มีข้อแม้ว่าต้องเกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบกและมีคู่กรณีเท่านั้น ชนรั้วจะเคลมไม่ได้นะคะ และยังคุ้มครองรถหายและไฟไหม้ด้วย มาพร้อมจุดเด่นตรงที่เบี้ยฯ ถูกกว่าประกันชั้น 1 ถึงหลักพัน เรียกว่าเป็นประกันอุบัติเหตุรถยนต์ที่คุ้มเงินมากๆ ค่ะ
  • ประกันชั้น 3+ : คล้ายชั้น 2+ คือซ่อมเขา+ซ่อมเรา เมื่อชนกับยานพาหนะทางบก แต่ไม่คุ้มครองกรณีรถหายและไฟไหม้ เหมาะกับรถที่ไม่ได้จอดในพื้นที่เสี่ยง
  • ประกันชั้น 3 : เซฟงบสุดๆ เน้นคุ้มครองซ่อมรถให้คู่กรณีอย่างเดียว ส่วนรถเราต้องจ่ายเงินซ่อมเอง เหมาะกับรถเก่า หรือรถที่นานๆ ขับทีค่ะ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าในสถานการณ์จริงประกันรถยนต์ภาคสมัครใจแต่ละประเภท จะดูแลเพื่อนๆ อย่างไร ลองมาดูตารางเปรียบเทียบสถานการณ์การเคลมกันดีกว่าค่ะ

ทริกเลือกประกันอุบัติเหตุรถยนต์ ให้เหมาะกับการใช้งานและเงินในกระเป๋า

  • สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังลังเลไม่แน่ใจว่าประกันอุบัติเหตุรถยนต์แบบไหนเหมาะกับการใช้งานและงบประมาณที่ตั้งไว้ เรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกัน เพื่อให้เพื่อนๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ
  • สายวิ่งงาน ขับทุกวัน มือใหม่ หรือยังผ่อนอยู่ แนะนำประกันชั้น 1 อุ่นใจสุด เกิดอะไรขึ้นก็มีคนซ่อมให้ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายจุกจิก
  • สายประหยัด ขับรถแข็งแล้ว แนะนำประกันชั้น 2+ หรือ 3+ ช่วยเซฟค่าเบี้ยประกันไปได้เยอะ แต่ยังได้ความคุ้มครองเวลาเกิดอุบัติเหตุรถชนรถอยู่ค่ะ
  • สายจอด รถเก่า รถสำรอง แนะนำประกันชั้น 3 ติดไว้กันเหนียว เผื่อแจ็กพอตไปชนรถคนอื่น จะได้มีประกันช่วยรับจบค่าซ่อมให้คู่กรณีค่ะ

เพื่อผลประโยชน์สูงสุด เพื่อนๆ อย่าลืมดูรายละเอียดวงเงินคุ้มครอง ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ประกันซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ และเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทประกันก่อนตัดสินใจซื้อหรือต่อประกันรถยนต์นะคะ

ต่อประกันรถยนต์กับเงินเทอร์โบ ไม่ต้องจ่ายเงินก้อน

หากเพื่อนๆ ประเมินความเสี่ยงและเลือกแผนความคุ้มครองได้แล้ว และกำลังมองหาที่ซื้อหรือต่อประกันรถยนต์ที่เข้าใจคนทำมาหากิน เงินเทอร์โบพร้อมเป็นผู้ช่วยให้เพื่อนๆ ขับขี่ได้อย่างอุ่นใจค่ะ

  • ซื้อประกันรถยนต์พร้อม พ.ร.บ. ครบจบในที่เดียว
  • บริษัทประกันภัยมั่นคง น่าเชื่อถือ มั่นใจว่าเคลมได้
  • เลือกผ่อนได้ 0% นาน 12 เดือน (ตามเงื่อนไขของบริษัทฯ) จ่ายงวดแรกคุ้มครองทันที
  • ไม่มีบัตรเครดิต ก็สามารถผ่อนด้วยเงินสดได้ สบายๆ
  • มีแผนประกันให้เลือกหลากหลาย ตรงใจ ตรงงบประมาณ

หมายเหตุ
*ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
**ให้บริการโดยบริษัท เงินเทอร์โบ อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ จำกัด ซึ่งเป็นเพียงนายหน้าประกันวินาศภัยเท่านั้น รับประกันภัยโดยบริษัทประกันภัยในพันธมิตรของเงินเทอร์โบ

ข้อมูลอ้างอิง
คู่มือประกันภัยฉบับประชาชน. สืบค้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 จาก
https://www.oic.or.th/web-upload/1xff0d34e409a13ef56eea54c52a291126/202407/m_news/3035/68715/file_download/e799d2c2ed5431ba030d9aea17f7a8d2.pdf  

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความคุ้มครองประกันรถยนต์ (FAQs)

Q: หาก พ.ร.บ. ขาด แต่ประกันชั้น 1 ยังไม่หมดอายุ จะเคลมค่ารักษาพยาบาลได้ไหม?

A: กรณีนี้บริษัทประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลในส่วนที่เกินจากวงเงินคุ้มครองเบื้องต้นของ พ.ร.บ. เท่านั้นค่ะ แปลว่าผู้ขับขี่จะต้องควักเงินสดจ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นที่ พ.ร.บ. ควรจะจ่าย ด้วยตัวเองไปก่อน ดังนั้นควรต่ออายุ พ.ร.บ. และประกันรถยนต์ควบคู่กันไปเพื่อความคุ้มครองที่สมบูรณ์ที่สุดค่ะ

Q: เอารถไปติดแก๊สมา ประกันรถยนต์ยังคุ้มครองไหม?

A: คุ้มครองค่ะ แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องนำรถไปตรวจสภาพ แจ้งจดทะเบียนลงเล่มกับกรมการขนส่งทางบกให้เรียบร้อย และต้องแจ้งให้บริษัทประกันทราบเพื่อสลักหลังกรมธรรม์ด้วย หากทำตามขั้นตอนถูกต้อง ประกันก็จะคุ้มครองตามปกติรวมถึงคุ้มครองชุดอุปกรณ์แก๊สด้วยค่ะ แต่หากไปติดแก๊สมาแล้วไม่แจ้งบริษัทประกันภัย หากเกิดไฟไหม้จากระบบแก๊ส บริษัทฯ อาจปฏิเสธความคุ้มครองได้ค่ะ

Q: จอดรถตากแดดจนสีซีด หรือจอดใต้ต้นไม้แล้วยางไม้หยดใส่ หากทำประกันชั้น 1 สามารถเคลมได้ไหม?

A: กรณีสีรถซีดจางจากการใช้งานหรือสภาพอากาศ ถือเป็นการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ประกันจะไม่คุ้มครองค่ะ แต่สำหรับกรณียางไม้หยดใส่จนสีรถเสียหาย สามารถแจ้งเคลมประกันชั้น 1 ได้ ซึ่งจัดอยู่ในหมวดไม่มีคู่กรณี แต่อาจจะต้องเสียค่าความเสียหายส่วนแรก (Excess) ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ค่ะ

สนใจประกันรถยนต์
บริษัท เงินเทอร์โบ อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ จำกัด
จะทำหน้าที่ติดต่อท่านเพื่อแนะนำข้อมูลผลิตภัณฑ์
โปรดอ่าน นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนส่งข้อมูล
เพื่อรับข้อมูลผลิตภัณฑ์และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง