ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจและ พ.ร.บ. มีหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจนค่ะ โดย พ.ร.บ. เป็นประกันภาคบังคับตามกฎหมาย เน้นคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานและการเสียชีวิตของทุกคนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ส่วนประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+, 3) กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทำค่ะ แต่เป็นส่วนช่วยเสริมความคุ้มครองให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งค่าซ่อมรถของเรา ของคู่กรณี ทรัพย์สินต่างๆ รวมถึงช่วยเพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินจาก พ.ร.บ. และคุ้มครองกรณีรถหายหรือไฟไหม้ตามเงื่อนไขของแต่ละชั้นประกันค่ะ ข้อควรรู้คือ ถึงแม้จะทำประกันชั้น 1 ไว้แล้วก็ยังต้องต่อ พ.ร.บ. ทุกปีนะคะ เพราะใช้แทนกันไม่ได้ และต้องนำสำเนากรมธรรม์ พ.ร.บ. ไปใช้เป็นหลักฐานในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปีอีกด้วยค่ะ
พอถึงช่วงที่ต้องต่อเอกสารรถยนต์ทีไร หลายคนมักจะสับสนว่ากระดาษแต่ละใบคืออะไรบ้าง โดยเฉพาะ พ.ร.บ. กับประกันภัยรถยนต์ ที่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าทดแทนกันได้ ซื้อแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็น่าจะพอ แต่จริงๆ แล้วเอกสารทั้ง 2 ชนิดนี้ทำหน้าที่คุ้มครองต่างกันแบบคนละเรื่องเลยค่ะ
หากไม่อยากต้องมานั่งจ่ายค่าปรับย้อนหลัง วันนี้เรามาสรุปความต่างของ พ.ร.บ. และประกันรถยนต์ให้ชัดเจน เพื่อให้เพื่อนๆ เตรียมเอกสารได้ถูกต้องและได้รับความคุ้มครองครบถ้วนเวลาขับขี่บนท้องถนนค่ะ
หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันรถยนต์ กับ พ.ร.บ. ต่างกันอย่างไร อันเดียวกันไหม? คำตอบคือ ไม่ใช่เอกสารเดียวกันค่ะ ถึงแม้ทั้งคู่จะเป็นประกันภัยเหมือนกัน แต่จุดประสงค์และข้อกฎหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเราสามารถแบ่งความคุ้มครองออกเป็น 2 ส่วนชัดเจน คือ "ภาคบังคับ" และ "ภาคสมัครใจ" ค่ะ
เป็นสิ่งที่กฎหมาย "บังคับ" ให้รถทุกคันต้องทำเป็นประจำทุกปี หากไม่ทำจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จุดประสงค์หลักของ พ.ร.บ. คือเน้นคุ้มครองชีวิตและร่างกายของคนเป็นหลัก หมายความว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุ พ.ร.บ. จะช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน หรือเงินชดเชยกรณีทุพพลภาพและเสียชีวิตให้ทุกคนที่ประสบภัยจากรถค่ะ โดยเพื่อนๆ จะต้องเก็บสำเนากรมธรรม์ พ.ร.บ. เอาไว้ที่รถเสมอ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่ารถคันนี้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเรียบร้อยแล้วค่ะ
คือประกันภัยที่กฎหมาย "ไม่ได้บังคับ" เพื่อนๆ จะทำหรือไม่ทำก็ได้ค่ะ แต่เป็นสิ่งที่ช่วยอุดช่องโหว่ของ พ.ร.บ. ได้ดีมากๆ เพราะประกันภาคสมัครใจจะเน้นขยายความคุ้มครองเพิ่มเติม ทั้งเรื่องค่าซ่อมรถของเรา ค่าซ่อมรถและทรัพย์สินของคู่กรณี รวมถึงช่วยเพิ่มวงเงินค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินจาก พ.ร.บ. และคุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วมตามเงื่อนไขของแต่ละชั้นประกันค่ะ
โดยเฉพาะประกันชั้น 1 ที่ถือเป็นตัวท็อปของการดูแล เพราะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและกว้างขวาง ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณี หรือชนแบบไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา ถอยชนกำแพง ก็ดูแลให้ครบถ้วนเลยค่ะ
พอเห็นว่าประกันชั้น 1 คุ้มครองครอบคลุมขนาดนี้ หลายคนเลยเกิดความลังเลว่า ถ้าเราจ่ายเงินซื้อประกันชั้น 1 ไปแล้ว ยังจำเป็นต้องซื้อ พ.ร.บ. เพิ่มอีกไหม?
คำตอบคือ ต้องทำค่ะ เพราะประกันชั้น 1 ถือเป็นประกันภาคสมัครใจ ไม่สามารถนำมาใช้ทดแทน พ.ร.บ. ซึ่งเป็นเอกสารภาคบังคับตามกฎหมายได้ ดังนั้น ไม่ว่าเพื่อนๆ จะทำประกันภาคสมัครใจชั้นไหนไว้ รถทุกคันก็ยังต้องต่อ พ.ร.บ. ควบคู่กันไปในทุกๆ ปีนะคะ
เพื่อให้เพื่อนๆ เห็นภาพความคุ้มครองที่แตกต่างกันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และนำไปใช้ตรวจสอบเอกสารของตัวเองได้ง่ายๆ เราสรุปข้อเปรียบเทียบมาให้ดูตามตารางนี้เลยค่ะ
นอกจากสับสนเรื่องประกันภัยแล้ว พอถึงเวลาไปต่อเอกสารที่ขนส่ง หลายคนยังมักสับสนอีกเรื่องคือ พ.ร.บ. กับ ภาษีรถยนต์ ต่างกันอย่างไร? โดยเฉพาะป้ายสี่เหลี่ยมสีชมพูฟ้าที่ติดกระจกหน้ารถ หลายคนเข้าใจผิดคิดว่านั่นคือป้าย พ.ร.บ. แต่จริงๆ แล้วคือ ป้ายภาษี หรือที่เมื่อก่อนเรียกว่าป้ายวงกลม ซึ่งเอกสารทั้งสองอย่างนี้มีความต่างกันดังนี้ค่ะ
และจุดเชื่อมโยงสำคัญที่คนมีรถต้องรู้คือ เพื่อนๆ จะไปต่อภาษีรถยนต์ ไม่ได้เลย หากรถคันนั้นยังไม่ได้ซื้อ พ.ร.บ. เพราะทางขนส่งฯ จำเป็นต้องใช้เอกสาร พ.ร.บ. มาเป็นหลักฐานยืนยันในการต่อป้ายภาษีประจำปีนั่นเองค่ะ
จะเห็นได้ว่าทั้ง พ.ร.บ. และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ต่างก็มีความสำคัญและทำหน้าที่อุดช่องโหว่ให้กันและกันค่ะ โดย พ.ร.บ. ช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมาย ส่วนประกันรถยนต์ภาคสมัครใจจะเข้ามาช่วยดูแลค่าซ่อมรถ ทรัพย์สิน และขยายวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม เพื่อความอุ่นใจเวลาขับขี่ไปค้าขาย หรือวิ่งงาน การมีเอกสารทั้งสองอย่างนี้ติดรถไว้คู่กันจึงคุ้มครองได้อย่างครอบคลุมที่สุดค่ะ
สำหรับเพื่อนๆ คนค้าขายหรืออาชีพอิสระที่กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ไม่อยากจ่ายเงินก้อนใหญ่ในทีเดียว เงินเทอร์โบ ขอแนะนำประกันรถผ่อนได้ ประกันภัยรถยนต์สุดคุ้มที่จริงใจและพร้อมสนับสนุนคนทำมาหากินทุกคนค่ะ
ไม่อยากเสี่ยงขับรถโดยมีแค่ พ.ร.บ. อย่างเดียว หรืออยากอัปเกรดเป็นประกันชั้น 1 เพื่อความอุ่นใจสูงสุด แวะไปสอบถามรายละเอียดได้ที่ เงินเทอร์โบ สาขาใกล้บ้าน หรือกรอกข้อมูลด้านล่างนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้เลยค่ะ
หมายเหตุ
ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ประกันภัยก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง ให้บริการโดยบริษัท เงินเทอร์โบ อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ จำกัด ซึ่งเป็นเพียงนายหน้าประกันวินาศภัยเท่านั้น รับประกันภัยโดยบริษัทประกันภัยในพันธมิตรของเงินเทอร์โบ
ข้อมูลอ้างอิง
A: สำเนากรมธรรม์ พ.ร.บ. คือ เอกสารตารางกรมธรรม์ที่ระบุข้อมูลการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เช่น เลขทะเบียนรถ วันคุ้มครอง และชื่อผู้ถือกรมธรรม์ค่ะ เอกสารฉบับนี้สำคัญมากเพราะนอกจากจะใช้ยื่นเป็นหลักฐานเวลาเบิกค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังต้องนำส่วนท้ายของเอกสาร (หาง พ.ร.บ.) ไปใช้เป็นหลักฐานในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปีอีกด้วยค่ะ
A: หากขาดต่อ พ.ร.บ. เจ้าของรถจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของผู้ประสบภัยเองทั้งหมดค่ะ นอกจากนี้จะมีโทษปรับทางกฎหมายกรณีไม่จัดทำ พ.ร.บ. ไม่เกิน 10,000 บาท และจะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้ค่ะ
A: เพื่อนๆ สามารถทำเรื่องต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วันก่อนวันหมดอายุค่ะ แนะนำให้ทำล่วงหน้าไว้เลย เพื่อให้สามารถนำหางบัตร พ.ร.บ. ไปต่อภาษีรถยนต์ได้ทันเวลาค่ะ
A: สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยที่ทำ พ.ร.บ. ไว้ เพื่อขอออกใบแทนสำเนากรมธรรม์ พ.ร.บ. หรือขอคัดสำเนาเอกสารฉบับใหม่ได้ค่ะ โดยแจ้งเลขทะเบียนรถและข้อมูลเจ้าของรถเพื่อตรวจสอบในระบบได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อหรือทำ พ.ร.บ. ใหม่ทั้งฉบับค่ะ