“รถคือเครื่องมือทำมาหากิน” โดยเฉพาะสำหรับคนทำมาค้าขาย เกษตรกร หรือรับจ้างทั่วไปที่ต้องใช้รถเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน แต่ชีวิตคนเราก็ไม่มีอะไรแน่นอน บางช่วงชีวิตสะดุด หมุนเงินไม่ทัน จำเป็นต้องเอารถคู่ใจเลี้ยวเข้าไฟแนนซ์เพื่อขอสินเชื่อ “รถแลกเงิน” หรือจำนำทะเบียนรถ เพื่อนำเงินก้อนออกมาต่อลมหายใจ แน่นอนว่าการกู้เงินไม่ใช่เรื่องผิด แต่คือการบริหารจัดการชีวิตในวันที่เราต้องการตัวช่วย สิ่งที่สำคัญกว่าการได้เงินมา คือ “การรักษาและผ่อนชำระ” เพื่อให้รถยังอยู่กับเรา และหนี้ก้อนนี้หมดไปไวที่สุด ไม่กลายเป็นดินพอกหางหมูจนสายป่านขาด บทความนี้จึงจะมาแชร์เทคนิคบริหารหนี้รถแลกเงินแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้เพื่อนๆ สามารถผ่อนชำระได้อย่างสบายใจ ห่างไกลจากความเครียดเรื่องโดนยึดทรัพย์
เรื่องนี้สำคัญเป็นอันดับหนึ่งเลยค่ะ เพื่อนๆ หลายคนเวลาเดือดร้อนเรื่องเงินมักจะรีบตัดสินใจ โดยไม่ได้ดูรายละเอียดสัญญาหรือศึกษาความเสี่ยงทำรถแลกเงินที่ควรรู้ให้ดี พอเห็นยอดผ่อนต่อเดือนที่เรารับไหวก็เซ็นชื่อทันที แต่จะบอกว่า “ช้าก่อนค่ะ” การเสียเวลาอ่านสัญญาเพิ่มอีกนิดจะช่วยชีวิตเราได้เยอะมาก
โดยสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องรู้คือสัญญาที่เราทำนั้นเป็นแบบลดต้นลดดอกไหม เนื่องจากสินเชื่อรถแลกเงินในตลาดบ้านเราหลักๆ มีวิธีคิดดอกเบี้ยอยู่ 2 แบบ คือแบบ “คงที่” กับแบบ “ลดต้นลดดอก”
ถ้าเป็น “ดอกเบี้ยแบบคงที่” ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณจากเงินต้นเต็มก้อนตลอดอายุสัญญา และยอดผ่อนต่อเดือนจะหักส่วนของดอกเบี้ยและเงินต้นเท่ากันทุกงวด แต่ถ้าสัญญาของเพื่อนๆ เป็นดอกเบี้ยแบบ “ลดต้นลดดอก” ดอกเบี้ยคำนวณจากเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด ถ้าจ่ายเกินค่างวด ส่วนเกินนั้นจะนำไปตัดเงินต้น ทำให้ดอกเบี้ยงวดถัดไปน้อยลง แปลว่าเรามีโอกาสปิดหนี้ได้เร็วถ้าเรามีวินัยค่ะ
ถ้าเพื่อนๆ อยากผ่อนชำระแบบสบายใจ ไม่เครียด ก็ต้องตอบคำถามสำคัญให้ได้ว่า “สำรองเงินผ่อนรถแลกเงินเท่าไรดี?” เพราะหลายคนพลาดที่ไปโฟกัสแต่ “ยอดเงินกู้” เช่น อยากได้หนึ่งแสน แต่ลืมดูว่ายอดผ่อนต่อเดือนสูงเกินรายได้เราไปหรือเปล่า
หลักสำคัญที่เพื่อนๆ ต้องจำไว้ให้แม่นคือ เราไม่ควรเอาเงินไปผ่อนหนี้เกิน 40% ของรายได้ค่ะ หรือพูดง่ายๆ คือ “หาได้ 100 บาท ควรใช้หนี้ไม่เกิน 40 บาท”
ยกตัวอย่าง
หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องเก็บเงินให้ได้ก้อนใหญ่ๆ ก่อนถึงจะเอาไปโปะหนี้ได้ จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยค่ะ ยิ่งเก็บเงินสดไว้กับตัวนานเท่าไร โอกาสที่เงินจะละลายหายไปกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็ยิ่งมากเท่านั้น เทคนิคบริหารหนี้รถแลกเงินที่ถูกต้องสำหรับสินเชื่อแบบดอกเบี้ยลดต้นลดดอกคือ “มีเท่าไร ใส่ไปก่อน”
ยกตัวอย่าง ถ้าค่างวดปกติที่เพื่อนๆ ต้องจ่ายคือเดือนละ 3,000 บาท
การทำแบบนี้แค่เดือนละ 500 - 1,000 บาท อาจจะดูเหมือนน้อย แต่ถ้าทำต่อเนื่อง อาจทำให้เพื่อนๆ ผ่อนงวดรถหมดเร็วกว่ากำหนดเป็นปีได้เลยค่ะ แถมประหยัดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายได้ถึงหลักหมื่น เรียกว่า “โปะทีละนิด ชีวิตเปลี่ยน” ของจริงค่ะ
เรื่องนี้ดูเหมือนง่าย แต่เป็นกับดักที่ทำคนล้มมาเยอะแล้วค่ะ เพราะหลายคนคิดว่า “เลทนิดเลทหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวค่อยจ่าย” เมื่อเพื่อนๆ จ่ายช้ากว่าวันที่กำหนด ระบบของบริษัทสินเชื่อ จะมีสิ่งที่เพิ่มขึ้นมา เรียกว่า “ค่าติดตามทวงถาม” และ “ดอกเบี้ยปรับ” หรือดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ที่สูงขึ้นกว่าดอกเบี้ยปกติ ลองนึกภาพดูนะคะ แทนที่เงินค่างวดของเราจะเอาไปตัดเงินต้นให้หนี้ลดลง กลับต้องเอามาจ่ายค่าปรับ ค่าทวงถามพวกนี้ เท่ากับว่าเราจ่ายเงินทิ้งไปฟรีๆ ทั้งที่หนี้ยังมีเท่าเดิม
ดังนั้น เทคนิคบริหารหนี้รถแลกเงินที่ทำได้ง่ายๆ คือตั้งเตือนในโทรศัพท์ไว้เลยค่ะ หรือถ้าใครไม่ถนัดใช้เทคโนโลยี ให้วงปฏิทินตัวโตๆ ไว้เลยว่าต้องจ่ายวันไหน หรือใช้สูตร “เงินออกปุ๊บ จ่ายค่างวดปั๊บ” จ่ายเป็นอย่างแรกก่อนเอาไปซื้อของกินของใช้ จ่ายก่อน สบายใจกว่าค่ะ
ต่อให้จะมีเทคนิคบริหารหนี้รถแลกเงินดีแค่ไหน แต่ชีวิตจริงคือความไม่แน่นอน บางเดือนฝนตกขายของไม่ได้ บางเดือนลูกป่วยต้องใช้เงินก้อน ทำให้หมุนเงินมาจ่ายค่างวดไม่ทัน ปัญหาเหล่านี้เข้าใจได้ค่ะ แต่สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือ “การเงียบ”
พอไม่มีเงินจ่าย หลายคนเลือกที่จะไม่รับโทรศัพท์เจ้าหนี้ ปิดเครื่อง หรือย้ายรถหนี เพราะกลัวโดนติดตามทวงหนี้ ขอบอกเลยค่ะว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุด เพราะยิ่งเราเงียบ เจ้าหนี้ก็ยิ่งกังวลว่าเราจะหนีหนี้ ไม่ยอมจ่ายหรือเปล่า เจ้าหนี้ก็จะยิ่งเร่งกระบวนการติดตาม ยิ่งส่งทีมงานลงพื้นที่ คราวนี้เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันทีเลยค่ะ
ถ้าเพื่อนๆ รู้ตัวแล้วว่าเดือนนี้หมุนเงินไม่ทันแน่ๆ ให้เข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่สาขาที่เรากู้ หรือโทรหา Call Center ทันที บอกเขาไปตรงๆ ตามสถานการณ์จริง ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการสินเชื่อ จะมีมาตรการรองรับอยู่แล้วค่ะ เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ หรือการพักชำระเงินต้นชั่วคราว การเจรจาคือทางออกที่ดีที่สุดค่ะ
สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังคิดไม่ตกว่าจะเอาเงินที่ไหนมาผ่อนชำระค่างวดจำนำรถ แล้วดันไปเห็นใบปลิวแปะตามเสาไฟฟ้า หรือมีข้อความในไลน์ทักมาว่า “กู้ด่วน อนุมัติไว ไม่เช็กเครดิต” ขอเตือนจากใจเลยว่า อย่าหาทำเด็ดขาดค่ะ เพราะดอกเบี้ยนอกระบบนั้นโหดกว่าสินเชื่อรถแลกเงินหลายสิบเท่า จากหนี้หลักหมื่นที่ค้างค่างวดรถ จะกลายเป็นหนี้หลักแสนในพริบตา และวิธีการทวงหนี้ของพวกนอกระบบนั้นรุนแรงกว่า จนอาจคุกคามเพื่อนๆ รวมถึงคนในครอบครัวด้วยค่ะ
ดังนั้น ถ้าจ่ายค่างวดรถไม่ไหว ให้กลับไปทำตามเทคนิคบริหารหนี้รถแลกเงินข้อก่อนหน้าค่ะ คือ “คุยกับผู้ให้บริการสินเชื่อ” ให้รู้เรื่อง อย่าแก้ปัญหาด้วยการสร้างหนี้ใหม่ที่เลวร้ายกว่าเดิม
อ่านมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆ คงเห็นแล้วนะคะว่าการเป็นหนี้ไม่ได้น่ากลัว ถ้าเรามีวินัยที่ดีและรู้เทคนิคบริหารหนี้รถแลกเงินที่ถูกต้อง ดังนั้น ถ้าเพื่อนๆ กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ "รายรับไม่พอกับรายจ่าย" หรือมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนมาหมุนเวียนในกิจการ เพื่อประคับประคองปากท้องและครอบครัว อย่าเพิ่งหลงผิดไปกู้เงินนอกระบบให้ชีวิตพังนะคะ ลองมองกลับมาที่รถคู่ใจ แล้วนำมาขอสินเชื่อรถยนต์ ที่เงินเทอร์โบ เพื่อนำเงินก้อนไปตั้งหลักก่อนดีกว่าค่ะ
✅ ได้เงินเร็ว ไม่ต้องรอนาน
✅ นำรถไปใช้งานได้ตามปกติ
✅ ดอกเบี้ยเป็นธรรม ผ่อนสบาย บริหารเงินหมุนเวียนง่ายขึ้น
✅ ไม่ต้องมีคนค้ำ สมัครง่าย มีสาขาใกล้บ้านทั่วประเทศ
สนใจสมัครสินเชื่อรถแลกเงิน ลองแวะไปสอบถามรายละเอียดได้ที่สาขาเงินเทอร์โบใกล้บ้าน หรือกรอกข้อมูลสมัครที่ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 15-24% ต่อปี
*เงื่อนไขและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด