หัวข้อในบทความนี้ (6)
- 1. ข้อห้ามทำอันดับ 1 "ห้ามสตาร์ทรถ" เด็ดขาด! (ป้องกันเครื่องพัง)
- 2. ข้อห้ามทำขณะขับลุยน้ำ ห้ามเร่ง-เบรกแรง และห้ามจอดแช่น้ำ
- 3. ข้อห้ามทำหลังน้ำลด ห้ามเปิดระบบไฟ และห้ามนำรถกลับมาใช้เอง
- 4. ข้อห้ามทำทางการเงิน ห้ามเคลื่อนย้ายรถเอง และห้ามรอช้าในการแจ้งเคลม
- จัดการความเสี่ยงเพื่อความอุ่นใจ: เลือกประกันภัยรถยนต์ที่ใช่
- เลือกซื้อประกันอย่างไรให้เชื่อถือได้?
น้ำท่วมรถ 4 ข้อห้ามทำเด็ดขาด ถ้าไม่อยาก “ซ่อมใหญ่” หลักแสน
“รถโดนน้ำท่วม” คือวิกฤตที่อาจทำให้คุณต้องเสียค่าซ่อมแซมสูงถึงหลักแสนบาท โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดและข้อห้ามที่หลายคนมองข้าม เงินเทอร์โบเข้าใจดีว่าการป้องกันความเสียหายร้ายแรงที่สุดคือสิ่งสำคัญที่สุด
เราได้สรุป 4 ข้อห้ามทำ ที่คุณต้องหลีกเลี่ยงทันทีเมื่อรถคุณเจอน้ำท่วม พร้อมทั้งแนวทางการรับมือที่ถูกต้อง เพื่อกู้ชีพรถและเซฟเงินของคุณ
1. ข้อห้ามทำอันดับ 1 "ห้ามสตาร์ทรถ" เด็ดขาด! (ป้องกันเครื่องพัง)
นี่คือกฎเหล็กข้อแรกที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจ เพราะการทำผิดพลาดข้อนี้เพียงครั้งเดียว อาจทำให้รถคุณต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่
- ทำไมถึงห้ามสตาร์ท? ถ้าเครื่องดับกลางน้ำหรือโดนน้ำท่วม แล้วคุณพยายามสตาร์ทอีกครั้ง น้ำจะถูกดูดเข้าไปอัดแน่นในห้องเครื่อง (เรียกว่า Hydrolock หรืออาการเครื่องยนต์กินน้ำ) แรงอัดนี้จะทำให้ ก้านสูบคดงอ หรือ เครื่องยนต์พังเสียหายทันที ซึ่งนั่นหมายถึงค่าซ่อมหลักแสน
- สิ่งที่ต้องทำทันที
- ห้ามบิดกุญแจเด็ดขาด ปล่อยรถไว้ในสภาพนั้น ไม่ว่าจะอยากลองแค่ไหนก็ตาม
- ตัดไฟรถ รีบถอด ขั้วลบ (-) ของแบตเตอรี่ ออก เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบไฟฟ้าและกล่องควบคุม (ECU) ช็อต
- ถ่ายรูปเก็บหลักฐาน ถ่ายภาพระดับน้ำและสภาพรถให้ชัดเจนเพื่อเตรียมแจ้งเคลมประกัน
2. ข้อห้ามทำขณะขับลุยน้ำ ห้ามเร่ง-เบรกแรง และห้ามจอดแช่น้ำ
หากจำเป็นต้องขับผ่านบริเวณที่น้ำท่วมสูง การขับขี่ที่ไม่ถูกต้องอาจเร่งให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อเครื่องยนต์และระบบจุดระเบิด
- ประเมินระดับน้ำ (สำคัญที่สุด) ถ้าถึงระดับกันชนหน้า ขอบประตู หรือสูงเกินกึ่งกลางล้อ ควรเลี่ยงเส้นทางนั้นทันที เพราะเสี่ยงน้ำเข้าห้องเครื่องและห้องโดยสารสูงมาก
- ใช้เกียร์ต่ำ รอบคงที่ ใช้เกียร์ L หรือ 2 และรักษาความเร็วให้คงที่ ห้ามเร่งหรือเบรกบ่อย โดยไม่จำเป็น
- ห้ามขับเร็ว/เร่งเครื่องแรง การขับเร็วจะทำให้เกิด คลื่นน้ำขนาดใหญ่ ซัดเข้าสู่ห้องเครื่องและท่อไอเสียได้ง่าย
- ห้ามจอดนิ่ง พยายามขับผ่านไปอย่างต่อเนื่อง อย่าจอดรถกลางน้ำโดยไม่จำเป็น
- สิ่งที่ต้องทำ หากรถยังไม่ดับ ให้รีบหาทางออกจากโซนน้ำก่อน แล้ว จอดบนพื้นที่แห้งและปลอดภัย จากนั้นจึงค่อยดับเครื่องยนต์
3. ข้อห้ามทำหลังน้ำลด ห้ามเปิดระบบไฟ และห้ามนำรถกลับมาใช้เอง
หลังจากน้ำลดแล้ว ห้ามเปิดระบบไฟฟ้าโดยเด็ดขาด ต้องให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนเสมอ
- ห้ามยุ่งกับกุญแจ/สตาร์ท ไม่ว่าจะเป็นกุญแจธรรมดา หรือระบบ Smart Key ก็ตาม ห้ามเสียบกุญแจ ห้ามกดปุ่มสตาร์ท และห้ามใช้รีโมทสตาร์ทโดยเด็ดขาด
- ห้ามใช้รถเอง ต้องให้ ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบทั้งหมดก่อนเสมอ ห้ามนำรถกลับมาใช้ จนกว่าจะได้รับยืนยันความปลอดภัย
- เช็กของเหลว ให้ช่างตรวจน้ำมันเครื่อง/น้ำมันเกียร์ว่ามีน้ำปนไหม และตรวจสอบระบบไฟฟ้าทั้งหมด
- เช็กภายใน ถอด พรม/เบาะ ออกมาผึ่งให้แห้งสนิทเพื่อป้องกัน เชื้อรา และกลิ่นอับชื้น
4. ข้อห้ามทำทางการเงิน ห้ามเคลื่อนย้ายรถเอง และห้ามรอช้าในการแจ้งเคลม
ความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด การจัดการความเสี่ยงทางการเงินอย่างถูกต้องจึงสำคัญ
- ห้ามเคลื่อนย้ายเอง เมื่อรถดับแล้วห้ามเข็นหรือลากเองโดยเด็ดขาด ต้องเรียกรถยกจากบริษัทประกันเท่านั้น
- ห้ามรอช้าในการเคลม โทรแจ้งบริษัทประกันทันที พร้อมส่งหลักฐานและปฏิบัติตามคำแนะนำ
- จดบันทึกการเคลม (สำคัญ) จดชื่อ-เบอร์พนักงาน, เลขเคลม และเลขรับแจ้งเหตุ ไว้เสมอเพื่อติดตามงานซ่อม
- เช็กประกัน ตรวจสอบให้แน่ใจว่า “ประกันชั้น 1” ของคุณคุ้มครองภัยธรรมชาติ (น้ำท่วม)
- เก็บใบเสร็จ เก็บใบเสร็จค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่ารถยกเพื่อใช้ประกอบการเคลม
สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องจำเมื่อรถเจอน้ำท่วมคือ หลีกเลี่ยง 4 ข้อห้ามทำ โดยเฉพาะ "การสตาร์ทรถ" เพราะนี่คือจุดที่นำไปสู่ค่าซ่อมหลักแสน การเตรียมพร้อมรับมือ การเก็บหลักฐาน และการแจ้งเคลมประกันทันที จะช่วยให้คุณสามารถกู้ชีพรถและลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดได้

จัดการความเสี่ยงเพื่อความอุ่นใจ: เลือกประกันภัยรถยนต์ที่ใช่
การเตรียมความพร้อมด้วย ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือ ประกันชั้น 2+ ที่ครอบคลุมความเสียหายจากอุบัติเหตุและภัยธรรมชาติ เป็นวิธีลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกแผนประกันที่มั่นใจได้จึงเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลรถยนต์ในทุกสถานการณ์
เลือกซื้อประกันอย่างไรให้เชื่อถือได้?
การเลือกบริษัทประกันที่มีชื่อเสียงและเชื่อถือได้ช่วยให้การเคลมเป็นเรื่องง่าย ไม่ยุ่งยาก สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกที่ผ่านการคัดสรรมาแล้ว เงินเทอร์โบ ได้รวบรวมแผนประกันที่ได้มาตรฐานไว้ให้คุณ
หากว่าเพื่อน ๆ กำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือประกันชั้น 2+ ที่ครอบคลุมความเสียหายจากอุบัติเหตุและภัยธรรมชาติ เงินเทอร์โบมีประกันรถผ่อนได้ เลือกตามความเสี่ยงและตรงกับความต้องการ เบี้ยประกันไม่สูง
- ผ่อนสด 0% ทุกชั้น นานสูงสุด 12 งวด
- ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- เริ่มหลักร้อยต่อเดือน
ซื้อปุ๊บ คุ้มครองปั๊บ สนใจประกันรถ กรอกข้อมูลด้านล่าง หรือติดต่อที่สาขาเงินเทอร์โบ ใกล้บ้านค่ะ
*ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง ให้บริการโดยบริษัท เงินเทอร์โบ อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ จำกัด ซึ่งเป็นเพียงนายหน้าประกันวินาศภัยเท่านั้น รับประกันภัยโดยบริษัทประกันภัยในพันธมิตรของเงินเทอร์โบ




